ยายยอด คำอุ่น อายุ 94 ปี ยังแข็งแรงเดินได้ ความจำดี มีลูกทั้งหมด 8 คน (ลุงเฮียง,ลุงเตียง,ป้าปุ้ม,ป้าแดง,ป้าเลี้ยง,แม่เลี้ยง,น้าเรียง,น้าสาวใจ) ยายได้รับภูมิปัญญาย้อมครามและผ้ามัดหมี่ จากแม่อุ๊ยก๊อก (แม่ของยายเอง) สมัยก่อนทอผ้าไว้ใช้ ย้อมเสื้อครามไว้ใส่ไปทำนา มันจะไม่ร้อน แต่ไม่เป็นราคา เพราะส่วนใหญ่ทำใช้เอง ไม่ได้ซื้อขายกัน ยายยอดก็เอามาถ่ายทอดให้กับลูกสาว (บังคับให้ย้อมจนมือดำ ไม่กล้าไปโรงเรียนเลย..แม่เล่าให้เราฟังแบบนั้น) ลูกของยายเหลือแต่ป้าปุ้มที่ยังทอผ้าอยู่จนถึงปัจจุบัน...

ตอนเด็ก ๆ เราก็เห็นยายเลี้ยงไหม ชอบกินดักแด้หลังจากสาวเอาใยออกมา ย้ายไปเรียนที่อื่น นานๆจะกลับบ้านมาเจอยาย บางรอบก็เห็นยายมัดหมี่ บางรอบก็เห็นยายทำน้ำคราม จำได้ว่า..กลิ่นหมักน้ำครามฉุนมาก ได้ข่าวว่ายายเป็นลมเข้าโรงพยาบาล ลูกๆ ของยายเลยห้ามทำน้ำครามอีก 

เราชื่อเหมียว เป็นลูกสาวของแม่เลี้ยง ลูกคนที่ 6 ของยายยอด (เป็นนักวาดการ์ตูน นามปากกาว่า..ไอ้แป้น เพื่อนหรือแฟนคลับจะติดเรียกชื่อ..แป้น) ออกจากบ้านไปเรียนและทำงานต่างจังหวัดนาน 20 ปี เพิ่งกลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่เมื่อปีที่แล้ว ที่จังหวัดนครพนม ตั้งใจจะกลับมาทำเรื่องเกษตรอินทรีย์ ปลูกข้าวและผักปลอดสารพิษ 

วันนั้นป้าไท(ลูกสะใภ้ยายยอด) ชวนไปสวดมนต์ข้ามปีที่วัด แต่งเสื้อขาวและใส่ผ้าถุง ป้าให้ยืมผ้าถุงนุ่งไปวัด กลับจากวัดนึกอยากทำผ้าถุงของตัวเองสักผืนนึง เลยขอให้ยายกับป้าปุ้มสอน พอเริ่มเรียนทอผ้า เรียนย้อมครามถึงรู้ว่า ภูมิปัญญานี้จะค่อยๆหมดไป เพราะคนทำน้อยลง เหลือแต่คนเฒ่าคนแก่ วัยรุ่นในหมู่บ้านแทบไม่มีใครอยากทำแล้ว

ตอนนั้นคิดแค่ว่า..ตั้งใจเก็บความรู้ที่ยายสอนไว้ก่อน (เพราะคิดไม่ออกจะเอาไปทำอะไร) พอยิ่งเรียน ยิ่งรู้ว่าภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา มันมีคุณค่ามากเลย เสียดาย ถ้ารุ่นเราไม่ทำคงไม่มีใครทำต่อแล้วล่ะ ตัดสินใจเรียนรู้จริงจัง คิดหาทางต่อยอดให้ภูมิปัญญานี้ให้ไปไกลที่สุด (คิดว่าถ้าได้ไปแสดงนิทรรศการทอผ้าที่เมืองนอกคงดีมากและไกลสุดละ) 

พอคิดแล้วก็อยากทำให้มันดี ขุดคุ้ยวิชาต่าง ๆ ที่มีการท่องเที่ยวชุมชน,การต่อยอดภูมิปัญญา ,การเชื่อมเครือข่ายให้ทุกคนมีส่วนร่วม จึงเกิดไอเดียสร้าง " โรงย้อมยายยอด"ขึ้น โดยให้โรงย้อมเป็นศูนย์กลาง รับซื้อน้ำคราม,วัตถุดิบที่ให้สีต่าง ๆ เช่น ขมิ้น,อัญชัน,เปลือกไม้,หมากเม่าฯลฯ จากคนในชุมชน มาย้อมผ้าหรือฝ้าย ที่เป็นกระบวนการย้อมไม่ใช้สารเคมี ปลอดภัยกับคนย้อม,คนใส่และสิ่งแวดล้อม 

หลังจากนั้นส่งต่อให้ช่างทอในหมู่บ้านรับไปทอ ส่งกลับมาขายให้โรงย้อม เพื่อออกแบบเป็นสินค้าต่าง ๆ ส่งต่อให้ช่างเย็บผ้าในหมู่บ้าน แล้วเอามาส่งกลับคืนที่โรงย้อม เพื่อขายต่อไป 

พอเล่าไอเดียให้แม่ฟัง แม่อนุญาตให้ใช้ที่ดินแปลงนึงในหมู่บ้าน เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ มีโครงสร้างอาคารที่มีหลังคาอยู่แล้ว ข้างในจะไว้ตั้งหม้อคราม คงจะให้มีมากกว่า 20 ใบ (ทดลองก่อหม้อครามสูตรต่างๆด้วย) อุปกรณ์ทอผ้าโบราณต่าง ๆ รวมถึงยกกี่มานั่งทอเองด้วย อีกครึ่งนึงของที่ดินเป็นสวนผลไม้ มะไฟ,น้อยหน่า,กล้วย ฯลฯ หน้าโรงย้อมจะติดถนนเป็นรูปตัว L ช่วงที่เข้าไปทำความสะอาดชาวบ้านก็ถามไถ่จะมาทำอะไร คนเฒ่าคนแก่ที่เคยทอผ้า ต่างดีใจ ดีแล้ว ๆ แม่จะได้มาต่ำซิ่นนำ (ทอผ้าด้วย) 

เราไม่ได้คิดทำโรงย้อมอย่างเดียว อยากให้น้องชายกับน้องสะใภ้ มีรายได้ด้วย เลยแบ่งที่ในโรงย้อมสร้างร้านขายของ แบ่งได้ 5 ล๊อก (โดยเก็บค่าเช่าวันละ 20 บาท รายได้เข้าโรงย้อมเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ,ค่าเช่าที่ดิน ปีแรกต่อรองแม่ขอจ่ายเดือนละ 1000 บาท) หมู่บ้านที่เราอยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 2-3 กิโล ไม่มีตลาดมีแต่ร้านค้าที่ขายของเบ็ดเตล็ด มีผัก มีพริกก็ไปฝากขาย บางทีมีเยอะก็ไม่รู้จะเอาไปขายที่ไหนยังไง 

เลยมีแนวคิดจากปัญหานี้..จะใช้พื้นที่หน้าโรงย้อมติดถนนที่เป็นรูปตัว L จัดให้มีตลาดนัดเกษตรทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ให้คนในชุมชนเอาผลผลิตมาขาย จะเป็นข้าว,ข้าวโพด,หอย,ไข่มด,หน่อไม้,ไข่เป็ด,ไข่ไก่,ผักสวนครัว ก็เอามาวางขายกัน แรกๆ ยังใหม่อยู่ คนคงงงๆ เลยจะเอาผลผลิตในสวนของตัวเองไปวางขายก่อน ตอนนี้มีกล้วย,พริก,ผัก,ไข่เป็ด,ปลี,เมล็ดผัก,ใบตอง 

โรงย้อมจะทำแคร่ไม้ไผ่เตรียมไว้ให้ (ซื้อไม้ไผ่จากสวนแม่,ให้ลุงเตียงตัดไม้,ให้น้าแดงทำแคร่) เก็บค่าเช่าแผงวันละ 20 บาท รายได้ 10 บาทคืนทุนโรงย้อม 5 บาทเป็นค่าแรงคนดูแลตลาด จัดระเบียบแม่ค้า อีก 5 บาทเก็บไว้ให้ชุมชน เวลามีงานบุญ งานศพ งานบวช จะนำเงินส่วนนี้ไปสมทบ 

ความสงสัยเกิดขึ้นตลอด ยายใส่ปูนแดงในการทำน้ำเบียก ถามว่าใส่ปูนอื่นได้ไหม..ยายตอบไม่รู้ ไม่เคยลอง หลานไม่รอช้าไปซื้อปูนทุกสีที่มีในตลาด มาทดลองและแต่ละอย่างก็ให้ผลต่างกันไป สนุกดี 🙂

ป้าปุ้มทำแต่ผ้าถุงย้อมคราม ไม่เคยย้อมอย่างอื่นนอกจากฝ้าย แรกๆขอเอาเสื้อยืดไปย้อม ป้าก็จะแปลกใจเพราะไม่เคยทำ พอหลานเริ่มย้อมเยอะ ลายแปลก ๆ เยอะขึ้น ขายได้ก็แบ่งตังค์ให้ป้าใช้ด้วย จนวันนึงมีรายได้ย้อมเสื้อมากกว่าย้อมฝ้ายอีก ป้าเลยเริ่มเข้าใจว่า ยุคสมัยเริ่มเปลี่ยน วิธีการทำและการขายก็เปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว ทุกวันนี้ให้ป้าลองทำอะไรใหม่ ๆ จะสนุกกันมาก ลองย้อมสีที่ไม่เคยย้อม กากน้ำตาล,ผงกระหรี่,ชาเขียว,ชาไทย,ซีอิ๊วดำ,ขี้ควาย,เปลือกมะพร้าว,ฝาง,ครั่ง,อัญชัน,ขมิ้น,เปลือกงิ้ว,ใบไม้ ครามที่เคยทำแต่ย้อมเย็น ก็ชวนป้าต้มคราม ลองวิธีย้อมร้อนดูบ้าง ได้ประสบการณ์ใหม่ๆวันละนิด

ป้าปุ้มจะเป็นช่างทอ,ช่างมัดหมี่และช่างย้อมที่เก่งมาก,ทอผ้าไหม,ทำหมี่โอบ,ทุกอย่างที่เกี่ยวกับทอผ้าป้ารู้ เหมือนมีตำราทอผ้าพูดได้ประจำตัว โชคดีจริงๆ ที่ป้าย้อมสอนและรับทอผ้าที่เป็นชิ้นตัวอย่างแบบใหม่ๆให้ 

เรื่องครามกับทอผ้า สำหรับคนในหมู่บ้านเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่พอเห็นเพื่อนที่มาเยี่ยม พาไปทดลองย้อม ทดลองทำ แววตา ความตื่นเต้น สำหรับเพื่อนเป็นของใหม่ รู้กระบวนการทำทั้งหมด ไม่แปลกใจแล้วว่า..ทำไมผ้าย้อมครามถึงได้ราคาแพง 

เราอยากให้คนที่อยากรู้เรื่องครามเรื่องทอผ้ามาเที่ยวที่โรงย้อม จะพามาดูภูมิปัญญาวิถีชีวิตของคนสมัยก่อน ซึบซับภูมิปัญญาโบราณผ่านการทดลองและลงมือทำด้วยตัวเอง 🙂

ทุกวันนี้ยังทดลองสีธรรมชาติจากวัตถุดิบอื่นๆ เพื่อดูว่าสีไหนติดทนนาน ต้มยังไง ผสมแบบไหน บางอย่างก็ไม่มีสอน ต้องใช้เวลาเรียนรู้เองไปเรื่อย ๆ ทีละนิด

บางอย่างต้มแล้วสีสวย ย้อมเสื้อไม่ติด ลองผสมวัตถุดิบมากกว่า 1 ให้สีดีขึ้น สวยขึ้นก็ได้ผลใหม่ๆ เทคนิคใหม่ๆ

ป้าปุ้ม,ยายยอด,แม่เลี้ยง มาช่วยสอนหลานสาวขึ้นกี่ ทอผ้าจากหมี่ที่มัดลายเอง รู้เลยว่า..ต้องใจเย็นมาก ด้ายขาด 1 เส้นต้องดูให้รู้ ผ้าตึง หย่อน ลายเบี้ยว ทุกส่วนเกี่ยวข้องกันหมด หลายครั้งที่เราแปลกใจ..คนสมัยก่อนคิดได้ยังไง ล้ำมาก

ในการทำผ้าทอ ทดลองย้อม สร้างโรงย้อม เราเอาทุนจากไหน? แม่เลี้ยงเป็นนายทุนรายใหญ่ที่คอยสนับสนุน แนะนำทุกวิธี ให้เงินทุนมาหมุนซื้อผ้า,ซื้อฝ้าย,ซื้อเสื้อ แนะวิธีกู้เงินธนาคาร,สอนให้รู้จักดอกเบี้ยแต่ละประเภท ดอกเบี้ยธนาคาร,ดอกเบี้ยนอกระบบ ตั้งแต่ 1%,2%,4%,5% /เดือน (ก่อนหน้านี้ไม่เคยเข้าใจ ดอกเบี้ยนอกระบบโหดขนาดไหน) ตอนนี้รู้เลย จากคนที่ไม่เคยทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย จากคนที่ไม่เคยเก็บเงินออม จากคนที่ไม่คิดจะทำธุรกิจ ไม่รู้วิธีบริหารคน ก็ได้ลองทำเพราะโรงย้อมนี่แหละ 

ปัจจุบัน โรงย้อมมีรายได้จากทางไหนบ้าง..
ขายเสื้อย้อมครามทางออนไลน์,ขายผ้าพันคอ,ผ้าซิ่น,รับย้อมเสื้อครามให้ลูกค้า,แต่รายได้ที่เข้ามาเพิ่งเริ่มต้น ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้รายเดือน เราเลยต้องหาทางทำให้ผ้าทอขายได้ราคา โดยพาตัวเองไปเรียนรู้ทุกเรื่องที่มันจะเกี่ยวข้องและนำมาใช้ต่อยอดได้ (ตอนนี้เราระงับช่างทอผ้าไว้ก่อน อย่าเพิ่งทอมาส่ง) ขอไปเรียนออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าก่อน เรียนจบแล้ว จะกลับมาลุยต่อ...

ผ้าที่ทอด้วยสีธรรมชาติ จะได้สีโทนอ่อนไม่เข้มมาก ดูแล้วสบายตา ตอนย้อมก็รู้สึกปลอดภัยใช้มือเปล่าจับได้

เราส่งภาพการทดลองเรื่องย้อม เรื่องทอผ้า ไปสมัครเข้าอบรม "เวิร์กช้อปพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์ด้านสิ่งทอ" ของ TCDC เชียงใหม่ โชคดีมากที่พอร์ทงานผ่านการคัดเลือกให้ร่วม Workshop ตอนที่รู้ข่าวว่าได้เรียนดีใจมาก กรี๊ดลั่นบ้าน ใช้เวลาเรียน 4 เดือน ๆ ละ 4 วัน ตั้งแต่เดือนมกราคม - มีนาคม 2016 ในแต่ละเดือนมีหัวข้อต่างกัน สอนวิธีหาแรงบันดาลใจ,คิดไอเดียเองใหม่ๆ การหาโทนสี การเลือกกลุ่มเป้าหมาย รูปแบบสินค้าควรจะเป็นยังไง ตอนไปเรียนน้ำตาจะไหล อาจารย์ต่ายสอนดีมาก น้องต้อก็ดูแลดีเหลือหลาย พอเรียนได้สักพักกรอบความคิดเก่า ๆ พังทลาย เรียนครบ 4 เดือน ทุกคนต้องมีคอเลกชั่นสินค้าใหม่ เราทำสองเรื่อง ย้อมครามและผ้าทอมือคอเลกชั่นละ 15 ชุด เพื่อทำเป็นชิ้นงานสำเร็จส่งให้ทาง TCDC นำไปถ่ายรูปกับนางแบบ สามารถเอารูปมาเก็บเป็นพอร์ทตัวเองได้ ซาบซึ้ง เป็นworkshop ที่ดีและมาได้ถูกเวลาจริง ๆ

พี่ๆในห้องเรียนส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการ ผลิตชุด,กระเป๋า,เสื้อผ้า ขายในไทย-ส่งออกกันเป็นเรื่องปกติ มีโอกาสได้นั่งฟังถามไถ่เปิดโลกทัศน์ เราเพิ่งเริ่มเลยยังไม่มีความรู้เรื่องสร้างแพทเทิร์นเสื้อผ้า ต้องเสาะแสวงหาที่เรียนให้รู้ด้วยตัวเองก่อน ไปสมัครเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าที่สารพัดช่าง สกลนคร,ติดต่อพี่แจ๋วขอเรียนกับอาจารย์แหม่ม ที่ศูนย์ฝึกอาชีพรัตนาภา ขอนแก่น หลักสูตรเร่งรัด 2 วัน อยากรู้พื้นฐานการสร้างแบบ อาจารย์ก็สอนให้แบบเน้น ๆ เข้าใจง่ายเลย ตัดกระโปรงเสร็จไป 1 ตัว ดีใจมาก เริ่มรู้วิธีสร้างแบบกระโปรงพื้นฐาน,เสื้อรัดรูป,เสื้อหลวมและวิธีการสร้างแบบแขนเสื้อ อาทิตย์นี้ต้องสร้างแบบเป็นการบ้านไปส่งให้อาจารย์ต่ายตรวจว่าใช้ได้หรือเปล่า (เรียน TCDC ครั้งที่ 3 ของเดือนมีนาคม)

ทดลองเอาเสื้อย้อมครามกับผ้าพันคอ ไปขอเปิดบูธร่วมกับสำนักพิมพ์ เป็นงานตลาดวัฒนธรรม สยามเมืองยิ้ม ริมคลองผดุงกรุงเทพ วันที่ 4-17 กพ.ที่ผ่านมา เสียงตอบรับดีนะได้ไอเดียจากคนซื้อเอามาปรับด้วย ดีใจที่มีคนชอบ ช่างทอผ้าฝีมือดีมากประสบการณ์ ของชุมชนนางัว ที่รับทอผ้าให้โรงย้อมยายยอด

ติดต่อโรงย้อมยายยอด : เหมียว (092-2647561) E-mail : iphandarkygirlcomic@gmail.com